สาระน่ารู้เกี่ยวกับการรั่วไหลของน้ำมัน

 

การรั่วไหลของน้ำมัน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ที่มาของปัญหาน้ำมันรั่วไหล

สาเหตุที่ทำให้เกิดน้ำมันรั่วไหลในทะเลและชายฝั่ง ได้แก่

          1. การรั่วไหลของน้ำมันในพื้นที่เขตอุตสาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ที่เป็นท่าเทียบเรือ คลังสินค้า รวมทั้งอุตสาหกรรมขนาดกลาง และนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จังหวัดระยองซึ่งมีทั้งโรงแยกก๊าซธรรมชาติ โรงกลั่นน้ำมัน โรงงานปิโตรเคมี และจากการขุดเจาะน้ำมัน การขนถ่ายน้ำมัน การเดินเรือเข้าออกทำเทียบเรือ

          2. การปนเปื้อนดินน้ำมัน (tar ball) จากการถ่ายเทน้ำมันลงทะเล จากการชำระล้างน้ำท้อง-เรือทุก ประเภทโดยไม่มีการบำบัดเช่น เรือเดินสมุทรทุกขนาด เรือประมง และเรือทัวร์โดยถูกกระแสน้ำ กระแส-ลมพัดผสมผสานเกิดปฏิกิริยาเปลี่ยนเป็นก้อนดินน้ำมันตามชายหาดท่องเที่ยว

          ในอดีตการเกิดอุบัติเหตุการเฉี่ยวชนของเรือบรรทุกน้ำมันบ่อยครั้งที่สุด โดยเฉพาะกรณีเรือ Eastern Fortitude และเรือ Kotawijawa และจากสถิติที่ทำการรวบรวมโดยกรมการขนส่ง ทางน้ำและพาณิชย์นาวี กระทรวงคมนาคม ในช่วงปีที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ..2540 ถึงปี ..2549 พบว่าเกิดเหตุน้ำมันรั่วไหลเฉลี่ยปีละประมาณ 12 ครั้ง โดยปี ..2542 เป็นปีที่เกิดเหตุมากที่สุดคือ 18 ครั้ง พื้นที่ที่มีเหตุการณ์เถิดขึ้นบ่อยที่สุดได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ชลบุรี และระยอง ที่เหลือกระจายในจังหวัดต่างๆ ทางภาคใต้ เช่น ชุมพร นครศรีธรรมราช สงขลา และภูเก็ต เป็นต้น

 

ผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

          คราบน้ำมันทำให้ชายหาดและแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลสกปรก ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว รวมถึงการสร้างความเสียหายต่อพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งทะเล สารพิษที่อยู่ในน้ำมันอาจเกิดการระเหยอย่างรวดเร็ว ดังนั้นพืช สัตว์ และมนุษย์ที่อยู่ในพื้นที่มีน้ำมันรั่วไหลอาจมีโอกาสได้รับสารพิษเหล่านี้ คราบน้ำมันที่เคลือบติดอยู่กับรากของไม้ชายเลนนั้นยังทำให้ต้นไม้ดังกล่าวเจริญเติบโตได้ช้าและตายได้

          การรั่วไหลของน้ำมันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมบริเวณทางทะเลและชายฝั่งซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสิงมีชีวิตต่างๆ และสายใยอาหารในบริเวณนั้น คราบน้ำมันยังบดบังมิให้แสงแดดส่งลงไปใต้น้ำ ขัดขวางการสังเคราะห์ด้วยแสงของสิ่งมีชีวิตต่างๆ เช่น แนวปะการัง หญ้าทะเล สาหร่าย แพลงก์ตอน เป็นต้น

 

 

 

คำอธิบาย: คำอธิบาย: คำอธิบาย: คำอธิบาย: 2528ea1a.jpg

 

 

 

 

          การย่อยสลายของน้ำมันยังทำให้พื้นที่บริเวณนั้นเกิดภาวะเน่าเสียเนื่องจากการใช้ออกซิเจนในการย่อยสลาย (biodegradation) คราบน้ำมันที่ปนเปื้อนบริเวณชายฝั่งยังเป็นตัวทำลายพื้นที่อยู่อาศัยและขยายพันธุ์ของสัตว์ต่างๆ เช่น พื้นที่วางไข่ของเต่าทะเล นกทะเล เป็นต้น สัตว์ทะเลบางชนิดอาจเกิดการสะสมพิษเนื่องจากการปนเปื้อนในแหล่งที่อยู่อาศัยของมัน รวมถึงการสะสมพิษผ่านระบบสายใยอาหารด้วยคราบน้ำมันที่เปื้อนบนตัวของสัตว์อาจทำให้ความสามารถในการดำรงชีวิตสูญเสียไปคราบน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อการสืบพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เช่น คราบน้ำมันที่ติดไปกับขนนกหรือคราบน้ำมันที่ปนเปื้อนบริเวณชายหาดที่มีนกหรือสัตว์ชนิดอื่นๆ มาวางไข่ คราบน้ำมันจะเคลือบ รูพรุนบริเวณผิวไข่ทำให้ไข่ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนก๊าซ (gas exchange) ได้ และส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของตัวอ่อน (embryo development) ทำให้อัตราการฟักไข่เกิดขึ้นน้อยลง เป็นต้นปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอนสามารถสะสมในเนื้อเยื่อของสัตว์ (marine organism) โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกที่กินอาหารด้วยการกรอง (filter feeders) เช่น หอยสองฝา ครัสเตเชียน ปลา ปู ฟองน้ำ เป็นต้น (Kingston, 2002)

 

คำอธิบาย: คำอธิบาย: คำอธิบาย: คำอธิบาย: 13753540226835.jpg